ชาวบ้านร้องหลังช้างป่าบุกกัดกินผลไม้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา

 นายบุญเลิศ  รวมญาติ  อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ม. 6 (บ้านฝั่งคลอง) ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา พาผู้สื่อข่าวภาพจากกล้องวงจรปิด พบช้างป่าตัวใหญ่ เดินขึ้นมาจากสวนข้างบ้าน ก่อนเดินไปกินน้ำในอ่างข้างศาลพระภูมิ จากนั้นเดินผ่านไปยังโรงเก็บของ ไปกัดกินต้นมะพร้าวจนเหลือแต่ตอ นอกจากนี้ยังพบว่าประตูเลื่อนหน้าบ้านถูกช้างใช้เท้าเตะจนได้รับความเสียหาย  ส่วนบ้านข้างๆกัน พบว่าต้นขนุนก็ถูกช้างกัดกินจนลูกขนุนตกเกลื่อนอยู่โคนต้น รวมทั้งโอ่งน้ำข้างบ้านก็ถูกช้างดันฝาที่ปิดออกแล้วใช้งวงดูดน้ำกินหมดไปครึ่งโอ่ง และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่มาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนี้นานเกือบ 40 ปี

                      ด้านนางวิไล  รวมญาติ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 474/2 ม. 6 ต.ลาดกระทิง พาผู้สื่อข่าวดูสวนยางอายุ 2 ปีเศษซึ่งปลูกสัปปะรดแซมเนื้อที่ 10 ไร่ ถูกช้างป่ากัดกินผลและต้นสัปปะรดจนเตียน ส่วนต้นยางจำนวนมากก็ถูกช้างป่าหัก จนเสียหายไปเกือบทั้งแปลง  และเผยว่า เป็นผลงานของช้างป่าที่เข้ามากัดกินแล้วพากันเดินเข้าไปในป่ายางและสวนป่า ของ ออป. สัปปะรดที่ปลูกไว้เสียหายหมด ไม่รู้จะทำอะไรกินแล้ว และเป็นหนี้เป็นสินเพราะไปกู้เงินจาก ธกส.มาลงทุนปลูกยางและสัปปะรด ผลผลิตเก็บไม่ได้เลย ก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ที่กู้ยืมมา

                      เช่นเดียวกันกับนางรุ่งนภา ดวงไม้ อายุ 54 ปีและนางพลับพลึง ท้าวการ อายุ 49 ปี  แม่ค้าแผงผลไม้ที่อยู่ริมถนนสาย 3076 (สนามชัยเขต-ท่าตะเกียบ) เปิดเผยเป็นเสียงเดียวกันว่า   เริ่มบ่อยครั้งที่ช้างอาศัยเวลายามค่ำคืนออกจากป่า  ย่องมาขโมยผลไม้ที่แผงกิน โดยดึงผ้าสแลมที่คลุมรอบร้านออกแล้ว ใช้งวงดึงทั้ง สัปปะรด มะพร้าวอ่อน แฟง หรือฟักทอง ไปกินเป็นประจำ  จนต้องคอยเฝ้าระวังช้างไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลย  กลัวจะเกิดอันตรายกับชาวบ้าน ซ้ำไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้เคยปลูกสัปปะรดเองแล้วนำมาขายที่แผง แต่ทุกวันนี้ต้องไปซื้อสัปปะรดจากที่อื่นแล้วนำมาขาย  เพราะไม่สามารถไปเก็บสัปปะรดที่ปลูกๆไว้มาขายได้ เนื่องจากถูกช้างป่ากัดกินจนเกือบหมด ที่เหลือก็ไม่กล้าไปเก็บ เพราะช้างป่ายังวนเวียนอยู่ใกล้ๆไร่สัปปะรด ตอนนี้ก็เป็นหนี้เป็นสิน เพราะไปกู้เงินมาซื้อต้นสัปปะรดต้นละ 5 บาท จำนวน 1 หมื่นต้นมาปลูก แต่เก็บผลผลิตไม่ได้เลย ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาแก้ไขช่วยเหลือโดยด่วน ตอนนี้ชาวบ้านผวาไปตามๆกันแล้วพอพลบค่ำก็ไม่กล้าออกไหนมาไหน  สวนยางก็ไม่มีใครกล้าออกไปกรีด หรือคนงานรับจ้างก็ไม่กล้ามารับจ้างกรีดยางแล้ว  โดยเฉพาะช้างป่า ควรต้อนกลับไปสู่คือป่าจริงๆ ไม่ใช่ต้อนไปๆแล้วพอตกกลางคืนก็ย้อนกลับมาอีก 

“ฉันว่า  ช้างเหล่านี้น่าจะเป็นช้างที่มีการลักลอบนำมาปล่อยมากกว่า เพราะอยู่กันมาหลายสิบปี ไม่เคยมีช้างมาก่อกวนเลยและยิ่งดูจากพฤติกรรมของช้างแล้ว เชื่องมาก ไม่ดุร้าย เช่น เวลาที่เค้าจะเอาของกินหลังรถกับคนที่ผ่านไปมา มีช้างขวางหน้ารถ อีกตัวเดินอ้อมมาที่กระบะ แล้วใช้งวงดึง ผลไม้เช่น มะพร้าว มะม่วง พอได้ก็จะทำตัวย่อๆเหมือนขอบคุณ ก็มี คือลักษณะเหมือนช้างที่ควาญช้างพาเดินขายอ้อย ไปในตัวเมืองอย่างที่เคยเห็นกัน คือเคยถูกฝึกมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งมีการเปิดเพลงสนุกแบบเพลงอีสาน ช้างก็จะทำท่าเต้น ทำหัวผงกๆ แขว่งขาไปด้วย  จะเป็นช้างป่าได้อย่างไร และที่ผ่านมา นานๆจะมาให้เห็นสักครั้ง แต่นี่มาประจำและดูแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วย ลักษณะเหมือนเค้าเคยอยู่หรือคลุกคลีกับสถานที่ที่มีคนเย้อะๆมาก่อน จึงมั่นใจว่าไม่ใช่ช้างป่าแน่นอน”  นางรุ้งนภา  ดวงไม้  แม่ค้าขายสัปปะรด กล่าวหนักแน่น

               ด้านนายเฉลิมเกียรติ  ศรีเสาวคนธร  นายก อบต.ลาดกระทิง เปิดเผยว่า  ช้างฝูงนี้ ออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ออกมาหากินและไม่ยอมกลับไป อาศัยอยู่ในป่าไม้ ของ ออป. มาราว 3-4 ปี มีประมาณ 12-15 ตัว แต่ไม่เคยปรากฎเข้าไปกัดกินในแปลงผลผลิตการเกษตรหรือเข้าไปในถึงในบ้านเรือนชาวบ้านเหมือนปัจจุบัน ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนกันมาก อบต.ลาดกระทิง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขให้ไล่ต้อนผลักดันช่างให้กลับไปสู่คืนผืนป่า ถ้าปล่อยทิ้งไว้ช้างจะเพิ่มประชากรมากขึ้น  ส่วนเรื่องการชดเชยเยียวยาความเสียหายของชาวบ้าน ท้องถิ่นทำไม่ได้ เพราะเคยทำแล้วถูก สตง.ทักท้วง และไม่มีประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติช้างป่า จึงไม่สามารถใช้งบประมาณของ อบต.เข้ามาช่วยเหลือได้.








folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up