จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกเพื่อใช้ในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2562  เวลา 16.00 น. ที่บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระราชปริยัติสุนทร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทำน้ำอภิเษก โดยมีนายประสงค์ คงเคารพธรรม นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ จุดธูปเทียนที่หน้าเครื่องสังเวยบูชาฤกษ์ บัณฑิตอ่านโองการบูชาฤกษ์จบแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เดินเข้าสู่พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหารสถานที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก จากนั้นประธานฝ่ายฆราวาสจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล และประกาศชุมนุมเทวดา เจิมเทียนชัย เทียนมงคล และเทียนพุทธาภิเษก จากนั้น เวลา 17.10 น. ประธานสงฆ์จุดเทียนชัยและเทียนพุทธาภิเษก พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์คาถา เจ้าหน้าที่ประโคมฆ้องชัย วงดนตรีไทยบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์ พร้อมกับประธานฝ่ายฆราวาสจุดเทียนมงคล เทียนหน้าพระ และเทียนนวหรคุณ พระสงฆ์เถราจารย์ และพระสงฆ์สวดภาณวาร ประธานฝ่ายฆราวาสจุดเทียนทอง เทียนเงินและธูปเทียนหน้าเตียงพระสวดภาณวาร เจ้าหน้าที่อาราธนาพระสงฆ์สวดภาณวาร /พระสงฆ์เถราจารย์และพระสงฆ์สวดภาณวาร  จะได้ผัดเปลี่ยนกันนั่งเจริญจิตภาวนาอธิษฐานจิตและสวดภาณวารต่อไปจนถึงเวลาอันสมควร สำหรับในวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.62) เวลา 09.00 น. เป็นต้นไปจะมีพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก และในวันที่ 10 เมษายน 2562 จะเชิญคนโทน้ำอภิเษกของจังหวัดฯ ไปเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อประกอบพิธีต่อไป
          วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และประชาชนทั่วทุกสารทิศ วัดนี้แต่เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างขึ้นตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา ตามประวัตินั้นแต่แรก มีชื่อว่า “วัดหงษ์” เพราะมี “เสาหงส์” อยู่ในวัด เป็นเสาสูงมียอดเป็นตัวหงส์อยู่บนปลายเสา ต่อมาหงส์บนยอดเสาหักตกลงมาเหลือแต่เสา และมีผู้เอาธงขึ้นไปแขวนแทน จึงได้ชื่อว่า “วัดเสาธง” ครั้นเมื่อเสาธงหักเป็นสองท่อน จึงเรียกชื่อใหม่ว่า “วัดเสาธงทอน” ส่วนชื่อ “วัดโสธร” อันมีความหมายว่า “บริสุทธิ์” และ “ศักดิ์สิทธิ์” นั้น เรียกตามพระนามของ พระพุทธโสธร หรือหลวงพ่อโสธรซึ่งได้มาประดิษฐานในวัดนี้ ในภายหลังวัดโสธรได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีนามว่า "วัดโสธรวรารามวรวิหาร" เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2501       

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up