เครียดคดียาเสพติดผูกคอดับคาห้องขัง

เวลา 08.00 น.วันนี้ ( 03 ส.ค.62 ) ได้รับผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสมาคมสงเคราะห์การกุศลกู้ภัยฉะเชิงเทรา ว่ามีผู้ต้องขังคดียาเสพติดและอาวุธปืนใช้เสื้อผูกคอเสียชีวิต อยู่ในห้องขังสถานีตำรวจภูธรบางคล้า หลังเจ้าหน้าที่สิบเวรได้เข้าตรวจดูความเรียบร้อยภายในห้องขังและพบผู้ต้องหาผูกคอเสียชีวิต จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ร้อยเวรพร้อมแพทย์เวรและอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุภายในห้องขังพบร่างของ นายวิษณุ ห่วงทอง อายุ 44 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 105 ม.8 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ต้องหาคดียาเสพติด และอาวุธปืน  ได้ใช้เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนยาวแขวนคอ ห้อยอยู่กับลูกกรงห้องขัง โดยขาของนายวิษณุลอยจากพื้นเล็กน้อย  ไม่พบร่องรอยการต่อสู้  และจากการเข้าชันสูตรตามร่างกายของผู้เสียชีวิตเบื้องต้นไปไม่พบร่องรอยใดๆ นอกจากรอยที่เกิดจากการดึงรั้งจากเสื้อที่ใช้แขวนคอ
               พ.ต.ท.ไพฑูรย์ ลายประดิษฐ์    รักษาราชการ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางคล้า เปิดเผยว่า  นายวิษณุ ห่วงทอง  ผู้เสียชีวิต ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาถึงด่านจุดสกัดในพื้นที่ ของ สภ.บางคล้า เมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม ที่ผ่านมา  เมื่อผู้ตายเห็นด่านตรวจ  จึงเกิดอาการตกใจจอดรถและทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ แล้วรีบวิ่งหลบหนีไป  เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจรถค้นรถถูกทิ้งไว้ พบของยาบ้า จำนวนกว่า 2,000 เม็ด , ยาไอซ์ 1 กรัม และปืนอีก 3 กระบอก อยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ยนต์คันดังกล่าว  จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้พร้อมตรวจสอบจนแน่ชัดว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของ นายวิษณุ ห่วงทอง  จึงขออนุญาตศาลเพื่อออกหมายจับ และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายวิษณุ ได้ในคืนวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนนำตัวผู้ตายมาคุมขังไว้ที่ สภ.บางคล้า จนกระทั่งในช่วงเช้าวันนี้ ก็มาพบศพผู้ตายผูกคอเสียชีวิต
ขณะที่พ่อของผู้ตาย (ไม่ประสงค์ออกนาม) ได้เปิดเผยว่า  เมื่อวันก่อนตนได้เข้ามาเยี่ยมลูกหลังถูกจับกุม  ก็ได้ชพูดคุยกันในเรื่องคดีที่เกิดขึ้น   โดยผู้ตายได้ตัดพ้อบ่นกับตนว่า   จะต้องติดคุกกี่ปี และจะติดนานแค่ไหน  พร้อมยังกล่าวอีกว่าอยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว   ซึ่งหลังจากได้ยินแบบนี้ ตนเองซึ่งเป็นพ่อก็พยายามพูดให้กำลังใจ  และได้พูดไปว่าเองจะรีบตายไปไหน เรายังมีโอกาส ถ้าทำตัวดีๆ อีกไม่นานก็ได้ออกแล้ว และก็คิดว่าลูกน่าจะลดความตึงเครียดลงไปได้บ้าง  จึงเดินทางกลับบ้านตามปกติ  ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่าจะได้รับข่าวร้ายในช่วงเช้าว่าลูกชายของตน ผูกคอตายในห้องขัง
      ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ  และเชิญญาติของผู้ตายมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง





folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up