หามเจ้าอาวาสหนีเพลิงไหม้วัดไผ่ขวางวอดศาลาการเปรียญทั้งหลัง

เวลา 06:00 น. วันที่ 8 ส.ค. 2562   ร้อยตำรวจเอกเอนก ศีลมั่น ร้อยเวรสอบสวน สภ.ราชสาส์น หลังแจ้งเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญวัดไผ่ขวาง เลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบางคล้า เทศบาลตำบลปากน้ำ อบต.เมืองใหม่ เทศบาลตำบลพนมสารคาม เทศบาลตำบลเกาะขนุน อบต.พนมสารคาม รวม 7 คันเข้าระงับเหตุเพื่อควบคุมเพลิง
         ที่เกิดเหตุเป็นศาลาการเปรียญ ภายในศาลายังเป็นกุฎิของพระสงฆ์  รวมทั้งหอฉัน  โดยเพลิงได้โหใลุกไหม้ บริเวณกุฏิสงฆ์ห้องที่ 3 ก่อนจะลุกลามจนไหม้หมดศาลาการเปรียญทั้งหลัง  เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกโดยรอบ กำลังส่วนหนึ่งได้ฉีดน้ำเพื่อให้โหมสงบ แต่เนื่องจากศาลาการเปรียญเป็นอาคารไม้ทำให้ไฟลุกติดง่าย จึงต้องใช้เวลาควบคุมเพลิงนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้  ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดได้ฉีดน้ำเลี้ยงอาคารโดยรอบ เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนและประกายไฟกระเด็นลุกลามไปติดศาลาอื่น
      พระครูวิบูลโชติธรรม เจ้าคณะอำเภอราชสาส์น เจ้าอาวาสวัดไผ่ขวาง เปิดเผยว่า  ศาลาการเปรียญนี้ ลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2515 โดยวัดไผ่ขวางมีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา อยู่ในวัดจำนวน 9 รูป  โดยช่วงเช้ามืดก่อนเกิดเหตุพระสงฆ์ทุกรูป จะมาทำวัตรเช้าที่หอฉันท์ ด้านหน้าศาลาการเปรียญหลังที่เกิดเหตุ  ซึ่งตนอาพาธอยู่ในกุฏฺิ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคล้ายไฟฟ้าลัดวงจรดังเปี๊ยะๆ อยู่ 2-3 ครั้ง ก่อนจะเกิดกลุ่มควันและเพลิงไหม้
       ขณะที่พระลูกวัดเล่าเพิ่มเติมว่า ในช่วงนั้นพระสงฆ์ที่กำลังสวดมนต์ทำวัตรเช้าอยู่เห็นกลุ่มควันลอยออกมา จึงเปิดเข้าไปดูในกุฏิ ก็พบว่าไฟไหม้จึงช่วยกันใช้น้ำดับ แต่เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว   พระสงฆ์ลูกวัดจึงช่วยกันรีบนำหลวงพ่อที่ป่วยอาพาลอยู่ในกุฏิ  ห่างจากกุฏิที่เกิดเหตุ 2 ห้อง ออกมาด้านนอกอย่างทุลักทุเล ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ
       ร.ต.อ.เอนก ศีลมั่น ร้อยเวรสอบสวนสภ.ราชสาส์น เปิดเผยว่า ในส่วนของสาเหตุ หลังจากเพลิงสงบจะเข้าตรวจสอบในเบื้องต้นคาดว่า สายไฟในวัดที่มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนานอาจหมดอายุจนเกิดความร้อน ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามจะให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ หาสาเหตุของการเกิดเพลิงลุกไหม้ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up