คืบหน้าเหตุเพลิงไหม้วัดไผ่ขวาง

ที่วัดไผ่ขวาง หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา  เวลา 11.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2562  ภายหลังเกิดเหตุไฟไหม้ศาลาหอฉันท์และกุฏิวอดเสียหายทั้งหลัง  พระครูโชติพัฒนากร เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เจ้าอาวาสวัดบางปรงธรรมโชติการาม พร้อมคณะสงฆ์ ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียน พระครูวิบูลโชติธรรม เจ้าคณะอำเภอราชสาส์น เจ้าอาวาสวัดไผ่ขวาง และพระลูกวัด ที่ประสบเหตุเพลิงไหม้  พบบริเวณที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งเป็นศาลาหอฉันท์ หอสวดมนต์ และกุฏิ จำนวนกว่า 20 ห้อง ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ซึ่งยังมีควันไฟครุกกรุ่น และมีเพลิงลุกไหม้ที่บริเวณหน้าบันศาลาหอฉันท์ ทำให้ญาติโยมที่เดินทางมาดูที่เกิดเหตุต้องรีบให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยดับเพลิงอีกครั้ง   
         ขณะที่พระครูวิบูลโชติธรรม เจ้าคณะอำเภอราชสาส์น เจ้าอาวาสวัดไผ่ขวาง เปิดเผยว่า  ศาลาหอฉันท์ ศาลาสวดมนต์ ที่ถูกเพลิงไหม้นั้น  ลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน สร้างเมื่อปีพ.ศ. 2515 มีอายุ 47 ปี โดยก่อนเกิดเหตุเนื่องจากวันนี้เป็นวันพระช่วงเช้ามืดพระสงฆ์ทุกรูป จะมาทำวัตรสวสดมนต์เช้าที่หอฉันท์หลังที่เกิดเหตุ  ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคล้ายไฟฟ้าลัดวงจรดังเปี๊ยะๆ อยู่ 2-3 ครั้ง ที่ตู้ไฟฟ้าหน้ากฏิห้องที่ 3 ก่อนจะเกิดกลุ่มควันและเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งพระลูกวัดก็พยายามช่วยกันดับ โดยจะนำถังดับเพลิงฉีดดับเพลิง แต่ปรากฏว่าถังดับเพลิงเกิดหมดอายุ จึงต้องรีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและประสานรถน้ำดับเพลิงเข้ามาช่วยดับเพลิงดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้นตู้ไฟและสายไฟในวัดที่มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ ปี 2526 อาจหมดอายุจนเกิดความร้อน ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร  ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้น ก็ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ ต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง 
          ต่อมานายเกรียงไกร ปัญญาพงศธร นายอำเภอราชสาสน์ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย รถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลปากน้ำ เข้ามาฉีดน้ำดับเพลิงบนศาลาที่ติดไฟลุกไหม้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา จะลงพื้นที่มาตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00น. เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up