ชาวบ้านร้องผู้นำชุมชนใช้เงินกองทุนรัฐผิดวัตถุประสงค์

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่ทำการกองทุนหมู่บ้านแหลมเขาจันทร์ ม.3 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หลังชาวบ้านได้รวมตัวกันกว่า 100 คน เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีผู้นำชุมชน ( นายประกิต พรมมะ ผู้ใหญ่บ้าน )  นำรายชื่อของชาวบ้านไปใส่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อของบในโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ หรือกองทุนหมู่บ้านประชารัฐ อีกทั้งชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสของโครงการ ต่างๆ ที่เกิดขึ้น จึงรวมตัวกันไปเรียกร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และชาวบ้านที่มีรายชื่อทั้ง 61 คน ได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรพนมสารคามก่อนหน้านี้ แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
                นายสนธยา วงพระราม คณะกรรมการผู้รับผิดชอบการตรวจสอบของชุมชน เปิดเผยว่า เรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นมาเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังคณะกรรมการกองทุนได้เข้าไปติดต่องานที่อำเภอพนมสารคาม และพบความผิดปกติ ในหนังสือโครงการจัดซื้อตู้น้ำหยอดเหรียญ  ราคา 300,000 บาท ซึ่งถือว่าผิดปกติหลังมีชื่อบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วในหมู่บ้านจำนวน 3 ราย มีรายชื่ออยู่โครงการนี้   จึงได้ทำการคัดสำเนา นำกลับมาเพื่อให้ชาวบ้านและคณะกรรมการกองทุนร่วมตรวจสอบ และพบว่าอีก 61 รายชื่อนั้น ชาวบ้านไม่มีส่วนรู้เห็น จึงได้เดินทางไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรพนมสารคาม  เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 เนื่องผู้นำชุมชนรายนี้ ได้นำรายชื่อของชาวบ้านไปใช้โดยพละการ อีกทั้งเมื่องบกองทุนโครงการนี้ได้มา ผู้นำชุมชนได้แอบไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่ใช้ชื่อของตนเอง  โดยไม่ผ่านคณะกรรมการกองทุน อีกทั้งชื่อโครงการนี้ได้ตู้น้ำหยอดเหรียญมาในราคา 3 แสนบาทเพียงตู้เดียว ไม่มีโครงสร้างหรือหลังคาป้องกันแดดฝนแต่อย่างใด อีกทั้งตู้น้ำหยอดเหรียญนี้ก็นำไปติดตั้งไว้ภายในบ้านของตนเอง  ทำให้ชาวบ้านรู้สึกสงสัยถึงพฤติกรรม จึงได้ทำการตรวจสอบโครงการอื่นๆในชุมชนและพบความผิดปกติ  จึงรวมตัวกันเดินทางไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพนมสารคาม ก่อนจะเดินทางไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา แต่เรื่องก็ไม่มีความคืบหน้า
                ขณะที่นายสงคราม ทองแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านแหลมเขาจันทร์ เปิดเผยว่า ชุมชนบ้านแหลมเขาจันทร์ มีประชากรจำนวน 158 ครัวเรือน นอกจากโครงการซื้อตู้น้ำหยอดเหรียญที่พบความผิดปกติแล้ว ชาวบ้านยังพบอีก 3 โครงการ คือ ลานสนามฟุตซอล งบประมาณ 3 แสนบาท ,โครงการลานเอนกประสงค์ สำหรับตากพืชไร่ของเกษตกร จำนวน 2แสน5หมื่นบาท และโครงการตู้น้ำมันหยอดเหรียญ จำนวน 3แสนบาท ซึ่งทั้ง 3 โครงการนี้กระทำโดยไม่มีหนังสือสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง พอได้งบประมาณมาผู้นำชุมชนรายนี้ ก็จะให้ญาติมาดำเนินการก่อสร้างโดยไม่มีการประกวดราคา  อีกทั้งเมื่อโครงการเสร็จ ยังนำรายชื่อหลานสาว ( ด.ญ.รัตนมน พูลสวัสดิ์ ) อายุเพียง 17 ปี มาใส่ในรายชื่อคณะกรรมการผู้รับผิดชอบการตรวจรับพัสดุ  จึงเป็นที่สงสัยของชาวบ้านเป็นอย่างมากในการตรวจรับว่าทำได้อย่างไร  และที่ผ่านมาโครงการตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ก็มีเพียง 1 ตู้เท่านั้น แต่งบประมาณที่ขอไปจำนวนมาก ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันตรวจสอบ พร้อมทั้งยืนยัน 4 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้าน 1แสนบาทนั้น ชาวบ้านไม่มีส่วนรับรู้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น  และอยากให้หน่วยงานรวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์กับตู้น้ำหยอดเหรียญนี้แต่อย่างใด

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up