เมียกำนันเครียดป่วยเป็นมะเร็ง ยิงกำนันตำบลท่าไข่สาหัส ก่อนยิงตัวเองดับ

เมื่อเวลา  07.45 น. วันที่  14 พ.ย. 2562  ร.ต.ท.จเรศักดิ์  สุวรรณสนธิ์  รองสารวัตรสอบสวน  สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ยิงกันเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส  บริเวณที่ทำการกำนันตำบลท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 234 ม.16 ต.ท่าไข่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ปลูกเป็นบ้านชั้นเดียวซึ่งเป็นบ้านของนายมนตรี กิมะพันธ์ อายุ 43 ปี  กำนันตำบลท่าไข่ พบชาวบ้านยืนมุงดูเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในบ้านพบร่างนางวิไลวรรณ กิมะพันธ์ อายุ 37 ปี นอนเสียชีวิตบนเตียงภายในห้องนอน โดยมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับด้านขวาทะลุออกขมับซ้ายเลือดไหลเต็มที่นอน ใกล้กันพบปืน ขนาด .38 ลูกโม่ ตกอยู่ข้างมือซ้ายของผู้เสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1ราย คือนายมนตรี กิมะพันธ์  กำนันตำบลท่าไข่ ซึ่งเป็นสามีของผู้ตายถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าผาก ด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน จำนวน 1 นัด  เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลพุทธโสธรก่อนหน้านี้

 จากการเปิดเผยของเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วกำนันเป็นคนครื้นเครง สนุกสนาน มักจะดื่มเลี้ยงสังสรรค์หน้าบ้านอยู่เป็นประจำ จึงไม่มั่นใจว่าสาเหตุของการยิงกันครั้งนี้เกิดจากอะไร เพราะธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่กำนันทำอยู่ ก็กำลังไปได้ดี ส่วนภรรยาถ้าจะเกิดจากความเครียดก็น่าจะมาจาก การักษาโรคมะเร็งโพรงจมูก ที่ยังไม่หายขาด เพราะล่าสุดตรวจพบเนื้อร้ายกระจายเพิ่ม  โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาไม่มีใครได้ยินเสียงปืนภายในบ้านหลังดังกล่าว จนลูกชายของผู้เสียชีวิตวิ่งออกมา จึงทราบว่ามีเหตุยิงกันภายในบ้านหลังนี้

       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนลูกชาย ทั้ง  2 ของนายมนตรี  ว่าพ่อแม่มีปัญหาทางด้านใด โดยก่อนหน้าก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะมีข้อความที่นางวิไลวรรณ ผู้เป็นแม่ได้ส่งข้อความถึงลูกส่งมาระบุสั่งเสียว่า พ่อกับแม่ขอโทษนะลูกฝากดูแลบ้านด้วยนะ พ่อกับแม่เหนื่อยไม่ไหว ไม่ต้องห่วงนะลูก พ่อกับแม่ไม่อยู่แล้วนะ ดูแลกันดีๆ พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว  แม่เหนื่อยมากเดินไม่ไหว

        ทางด้าน พ.ต.อ.มนตรี รอดปราณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา  กล่าวว่า สาเหตุน่าจะมาจากเมียกำนันนั้นป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก และป่วยไหล่ติดด้วยก็เลยไม่อยากมีชีวิตอยู่  จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว  ไม่มีใครเข้ามาในบ้านเพื่อประทุษร้ายได้  มีแต่ลูกชายคนโตอยู่บ้านแต่ก็ประสาทหูไม่ดี  แต่ก็พอจะได้ยินเสียงปืน  จึงเปิดประตูเข้าไปดูแล้วเรียกคนงานที่อยู่หลังบ้านมาช่วย  ส่วนสาเหตุนั้นก็น่าจะมาจากเรื่องที่ผู้ตายป่วย ส่วนประเด็นอื่นก็จะได้สืบสวนต่อไป แต่จากการสอบถามลูกชายก็ไม่ติดใจในการเสียชีวิตในครั้งนี้    พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บรอยนิ้วมือ จากปืนกระบอกดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุของการยิงกันในครั้งนี้ต่อไป

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up