รฟท.เปิดเวทีรับฟังความเห็นชาวเมืองแปดริ้ว รถไฟเชื่อม 3 ท่าเรือ

วันที่ 24 ธันวาคม 2561 เวลา 09.00 น. ที่ห้องเทพราช A โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา  นายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน (ปฐมนิเทศโครงการ) งานศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความจุทางรถไฟ ช่วงหัวหมาก - ฉะเชิงเทรา - ศรีราชา และโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงศรีราชา – มาบตาพุด เพื่อนำเสนอสาระสำคัญ  วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดำเนินการ แผนการดำเนินโครงการ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน  โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษาในพื้นที่ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม
            โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความจุทางรถไฟ ช่วงหัวหมาก - ฉะเชิงเทรา - ศรีราชา และโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงศรีราชา – มาบตาพุด ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเพื่อรองรับการพัฒนาเมืองฉะเชิงเทรา และการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางราง สู่ 3 ท่าเรือ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ตามแนวทางการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้รับผิดชอบในการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการฯ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 12 เดือน (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 – เดือนกันยายน 2562) ครอบคลุมพื้นที่ศึกษา 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร  ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง 
            สำหรับขอบเขตการศึกษาโครงการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ทบทวนแบบรายละเอียด (Detailed Design) ของโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง ร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ช่วงหัวหมาก – ฉะเชิงเทรา และ ส่วนที่ 2 การศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) ออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการทางคู่ช่วงหัวหมาก – ฉะเชิงเทรา –สถานีชุมทางศรีราชา – มาบตาพุด และชุมทางเขาชีจรรย์ – สัตหีบ 
ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมให้ จ.ฉะเชิงเทรา และจังหวัดที่อยู่ตามแนวเส้นทางโครงการกลายเป็นศูนย์กลางด้านขนส่งโลจิสติกส์ที่สำคัญของภาคตะวันออกและมีบทบาทสำคัญช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงที่ใช้ในการขนส่ง และลดอุบัติเหตุทางถนน 
       ภายหลังการประชุมครั้งนี้ รฟท. จะมีการจัดประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนอีก 2 ครั้ง เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการฯ ในขั้นตอนต่อไป โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่ www.doubletracktomaptaphut.com

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up